เจลว่านหางจระเข้ ช่วยในการดูแลผิวพรรณได้ ที่คุณไม่ควรพลาด

เจลว่านหางจระเข้ หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า Aloe Vera เป็นพืชที่จัดอยู่ในประเภทพืชล้มลุก มีลักษณะลำต้นเป็นข้อ ใบหนา โคนใหญ่ ปลายแหลม ด้านข้างมีขอบหนาม เป็นชั้น ๆ เมื่อผ่าออกมาจะพบกับเนื้อที่มีลักษณะเป็นวุ้นใส ๆ เมือก ๆ สีเขียวอ่อน ที่มาพร้อมกับสรรพคุณอันหลากหลายอย่างที่ช่วยบำรุงผิวไม่น่าเชื่อ

เจลว่านหางจระเข้ วัตสัน

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงหลากหลายแบรนด์จึงได้นำเอาว่านหางจระเข้มาแปลรูปผสมผสานเข้ากับสูตรเฉพาะของตัวเองเพื่อให้ได้มาซึ่งอรรถที่สมบรูณ์ และประโยชน์รอบด้านแก่ผู้บริโภคส่วนจะมีคุณประโยชน์ด้านใดอีกบ้าง เรามาดูกัน

7 ประโยชน์ของ เจลว่านหางจระเข้ จะช่วยอะไรบ้างมาดูกันเลย

1.ใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

เจลว่านหางจระเข้ รักษาสิว

เมื่อผิวหนังกำพร้าชั้นนอกโดนทำลายจาก เปลวไฟหรือน้ำร้อนลวก ทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดอาการอักเสบเป็นสีแดง และรู้สึกปวดแสบปวดร้อน ซึ่งการทาเจลว่านหางจระเข้ ลงที่บริเวณนั้นจะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้ เพียงแค่ทาบริเวณที่มีรอยแผล ความชุ่มชื่นของเจลว่านหางจระเข้ก็จะช่วยให้อาการแสบจากการอักเสบนั้นค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับและสามารถใช้แทนครีมบำรงผิวได้เป็นอย่างดี

2.รักษาผิวหนังไหม้ที่เกิดจากแดด

เจลว่านหางจระเข้ 100 เปอร์เซ็นต์

แสงแดดในประเทศเรานั้นแรงเหมือนใครชวนดวงอาทิตย์มาอยู่ข้างๆเราเลยก็ว่าได้ ซึ่งเมื่อผิวหนังได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานานจึงเกิดการอักเสบเปลี่ยนกลายเป็นสีแดง ซึ่งเป็นสาเหตุให้กลายไปเป็นสีผิวที่คล้ำเสีย ซึ่งผลพวงจากการอักเสบของผิวนั้นมักจะมาพร้อมกับอาการคันผิวหนัง ในบางกรณีผิวหนังอาจจะลอกออกมาเป็ยขุยๆ

ซึ่งการนำเจลว่านหางจระเข้ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิต่ำไปทาลงบริเวณที่ถูกแสงแดดเผาทิ้งไว้ก็จะช่วยบรรเทาอาการแสบผิวลงได้

3.รักษาแผลที่เกิดจากของมีคม ผิวหนังถลอก

วิธีใช้เจลว่านหางจระเข้ ทาหน้า

แผลเป็น เกิดจากกระบวนการรักษาแผลตัวเองของร่างกายที่ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อ ดังนั้นร่างกายจึงสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นคอลลาเจนออกมาเพื่อทดแทนเนื้อเยื่อเก่าที่ถูกทำลายไป เมื่อแผลหายดีแล้วก็จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ให้ได้ชมต่างหน้า ซึ่งการทาเจลว่านหางจรเข้ลงที่แผล เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยรักษารอยแผลนั้นจางลงได้

4.ลดความมันบนใบหน้า

เจลว่านหางจระเข้ รักษาสิว

ความมันบนใบหน้ามักเป็นปัญหาระดับชาติไม่ว่าจะเพศหญิงหรือชายก็จะพยายามสรรหาสกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้ที่สามารถช่วยลดความมันบนใบหน้าลงได้ ซึ่งเจลว่านหางจรเข้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการลดความมันบนใบหน้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพียงนำเอาเจลว่านหางจระเข้ทาลงบนใบหน้า (ประมาณ 1-2 ชั่วโมง) เนื้อเจลก็จะซึมซาบเข้าสู่ผิว นอกจากจะช่วยลดความมันบนใบหน้าแล้วยังช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มชุ่มชื้นได้ด้วย

5.รักษารอยด่างดำบนใบหน้า

เจลว่านหางจระเข้ รีวิว

สาว ๆ หลายคนมักจะกังวลกับจุดด่างดำบนใบหน้าที่เกิดจากสิว บางคนถึงกับต้องเสียเงินแพง ๆ ไปเรเซอร์ เพื่อให้รอยหรือว่าจุดด่างดำนั้นหายไป แต่รู้หรือไม่ว่าเจลว่านหางจระเข้ ก็สามารถฟื้นฟูผิวที่มีรอยด่างดำดูลดเลือนลงอย่างเห็นได้ชัด เพียงทาลงบริเวณที่เกิดรอยด่างดำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพียงเท่านี้ก็จะกลับมามีผิวหน้าที่เนียนใสเหมือนไม่ได้เป็นสิวมาก่อน โดยที่ไม่ต้องไปเรเซอร์ให้ผิวหน้าบางเลยคะ

6.ทำให้ผิวชุ่มชื้น เติมน้ำให้ผิว

วิธีใช้เจลว่านหางจระเข้ ทาหน้า

ผิวแห้งกร้านเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย และปัญหาสาวๆที่แต่งหน้าไม่ค่อยติด รวมถึงยังทำให้เครื่องสำอางจางหายไปในระหว่างวัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเพียงแค่เติมความชุ่มชื่นให้ผิว โดยการใช้เจลว่ายหางจระเข้ พอกทิ้งไว้หนาๆบนใบหน้าก่อนนอน คุณก็จะตื่นมาพร้อมกับใบหน้าที่เนียนนนุ่มน่าสัมผัสห่างไกลริ้วรอยก่อนวัยแน่นอน

7.บำรุงเส้นผมให้เงางาม

เจลว่านหางจระเข้ เซเว่น

ช่วยผมแห้งเสียชี้ฟู จากการโดนสารเคมีหรือมลภาวะจากภายนอกนั้นเป็นอะไรที่หลีกเหลี่ยงไม่ได้เลยใช่มั้ยคะ ลองใช้เจลว่านหางชโลมไปที่ปลายผมหรือบริเวณที่แห้งเสีย เพราะในเจลว่านหางจรเข้นั้น มีคุณสมบัติคล้ายเคราติน ที่จะช่วยทำให้ผมนุ่มสลวยสวยเก๋ เพียงเท่านี้ก็จะได้มีผมที่เงางามลืมบอกไปว่าเจลว่านหางจรเข้บางสูตรสามารถใช้แทนครีมนวดผมได้เลยนะคะ

เจลว่านหางจระเข้นี้ มีสรรพคุณมากมายขนาดนี้ ทั้งช่วย รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก รักษาผิวบริเวณที่ไหม้แดด รักษาแผลเป็น ลดความมันบนใบหน้า รักษารอยด่างดำบน ทำให้ผิวชุ่มชื้น บำรุงเส้นผม สารพัดประโยชน์ขนาดนี้ แถมยังมาในราคาที่ไม่แพงมาก แบบนี้ต้องไปหาซื้อมาติดบ้านไว้บ้างแล้ว

ใครจะคิดว่าเจ้าต้นหนามๆ เขียวๆ นี่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนัก ขนาดถูกบันทึกไว้ให้กล่าวขานกันทั้งโลกหล้า ตั้งแต่เจ้าแห่งความงามพระนางคลีโอพัตราที่ใช้เจลว่านหางจระเข้ปรนเปรอผิวกายเป็นประจำ ใช้รักษาโรคหรืออาการต่าง ๆ ตั้งแต่หัวล้านยันนอนไม่หลับ และเพราะความสารพัดประโยชน์เหลือเกินของมันนี่เอง ถึงกับทำให้ชาวพื้นเมืองอเมริกันเรียกขานพืชชนิดนี้ว่า “ไม้กายสิทธิ์แห่งสววรค์” นั่นเองค่ะ