อะโวคาโด แหล่งไขมันดี ต้านสารพัดโรค อยากสวยอย่างแจ่มต้องลอง

อะโวคาโด ชื่อของผลไม้ชนิดหนึ่งที่หากได้ลองกินครั้งหนึ่งแล้วอาจจะไม่อยากกินอีกเป็นครั้งที่สอง หรือว่าอีกตลอดไป เพราะเป็นผลไม้ที่ไม่มีรสหวานเสียเลย มีก็แต่รสชาติมัน ๆ ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่าเนื้อของอะโวคาโดมีปริมาณไขมันสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น ประโยชน์ และสรรพคุณอะโวคาโดนั้นมีมากแค่ไหนมาดูกัน

13  อะโวคาโด ประโยชน์ในการรักษาโรค

อะโวคาโด เมนู

1. อะโวคาโดมีสรรพคุณช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะอะโวคาโดมีทั้งไฟเบอร์และกรดโอเลอิกซึ่งเป็นไขมันที่จะทำปฏิกิริยาให้สมองรู้สึกว่าอิ่ม ถือเป็นตัวอย่างของไขมันไม่อิ่มตัวที่มีประโยชน์ซึ่งอยู่ในผลไม้อย่างอะโวคาโด

2. อะโวคาโดมีกรดโอเลอิก ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบประสาทและสมอง ช่วยบำรุงและทำให้การทำงานของสมองมีความรวดเร็ว ไม่เมื่อยล้าแม้สมองต้องทำงานหนัก อีกทั้งไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อม

3. อะโวคาโดมีสรรพคุณลดไขมันชนิดร้าย โดยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่มีอยู่ในอะโวคาโด ช่วยเพิ่มไขมันชนิดดี ลดไขมันชนิดร้าย และเมื่อระดับไขมันมีความสมดุล เหมาะสมต่อร่างกาย ก็จะส่งผลให้การทำงานของหลอดเลือดและหัวใจมีประสิทธิภาพนั่นเอง

4. อะโวคาโดมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน เพราะไขมันในอะโวคาโดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวและละลายน้ำได้ จึงช่วยชะลอการย่อยอาหารทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ขึ้นอย่างรวดเร็วหลังกินอาหาร ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงกินผลไม้ชนิดนี้ได้

5 .อะโวคาโดมีแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ตัวช่วยสำคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระและป้องกันโรคเกี่ยวกับสายตา ซึ่งพบได้มากในอะโวคาโด และไขมันในอะโวคาโดยังดูดซึมแคโรทีนอยด์ในผักและผลไม้ต่างๆ ได้ดีมากด้วย ตัวอย่างเช่น หากนำอะโวคาโดมาทำสลัดผักหรือผลไม้ก็จะทำให้เราได้รับแคโรทีนอยด์จากผักหรือผลไม้เหล่านั้นมากยิ่งขึ้น

6. อะโวคาโดมีโปรตีนสูงกว่าผลไม้หลายชนิด และยังเป็นโปรตีนประเภทที่ย่อยง่าย เส้นใยมาก จึงส่งผลให้ระบบการขับถ่ายดี ไม่ต้องกังวลกับอาการท้องผูกเลย

7. สรรพคุณของอะโวคาโดลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งได้ เพราะอะโวคาโดมีวิตามินอี ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายจากมลพิษรอบตัวทั้งจากภายในและภายนอก อีกทั้งมีลูทีนกับไขมันชนิดดีสูง จึงช่วยให้คุณสาวๆ ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้ว

8. อะโวคาโดอุดมไปด้วยโฟเลต ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายเราต้องการในแต่ละวัน และมีความจำเป็นต่อหญิงตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยสร้างเนื้อเยื่อ เสริมสร้างการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ด้วย

9. อะโวคาโดมีวิตามินบี ที่ใช้เป็นยาช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ลดความถี่ในการเกิดอาการเหน็บชา และช่วยลดอาการอักเสบได้

10. อะโวคาโดอุดมด้วยวิตามินซีสูง ซึ่งวิตามินซีที่มีมากในอะโวคาโดช่วยป้องกันโรคหวัด และอาการเลือดออกตามไรฟัน

11. อะโวคาโดมีสรรพคุณบำรุงผิว เพราะในอะโวคาโดมีทั้งวิตามินบี 1 บี 2 บี 6 วิตามินอี วิตามินซี ไนอาซิน โพแทสเซียม กรดโฟลิก ฟอสฟอรัส เป็นต้น ซึ่งนอกจากมีประโยชน์ในการต้านโรคแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง ลดริ้วรอย แลดูอ่อนกว่าวัย

12. ประโยชน์ของอะโวคาโดเป็นน้ำมันดูดซึมเร็ว เนื่องจากน้ำมันจากอะโวคาโดสามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีกว่าไขมันจากแหล่งอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันจากถั่วเหลือง ข้าวโพด อัลมอนด์ หรือน้ำมันมะกอก

13. ประโยชน์ของอะโวคาโดเพื่อบำรุงผม ถ้าเอาน้ำมันจากอะโวคาโดมาใช้นวดศีรษะจะช่วยบำรุงเส้นผม ให้มีน้ำหนัก ไม่แห้งฟู และช่วยเร่งการงอกของเส้นผมได้ดี

อะโวคาโดช่วยลดน้ำหนัก บำรุงผิว

อะโวคาโด เมนู

ส่วนเรื่องความอ้วนยิ่งไม่ต้องกลัว แม้อะโวคาโดจะมีแคลอรีมาก แต่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลต่ำ ประกอบกับมีไฟเบอร์สูง และมีกรดโอเลอิก (Oleic Acid) ที่จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว ลดความอยากกินอาหารว่างในระหว่างวัน อะโวคาโดจึงช่วยลดน้ำหนักมากกว่าที่จะทำให้อ้วน รวมทั้งมีคุณค่าทางสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และมีความจำเป็นต่อร่างกายอีกมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่สรรพคุณของอะโวคาโด สามารถดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากสารพัดโรคได้

นอกจากสรรพคุณทางยาแล้ว อะโวคาโดมีประโยชน์ในด้านด้านความงามอีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากอะโวคาโดเปี่ยมด้วยวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวพรรณได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จึงไม่แปลกใจที่ในแวดวงความงาม นำเอาอะโวคาโดมาสกัดเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ประทินผิว และเครื่องสำอางต่าง ๆ มากมาย

ประโยชน์ สรรพคุณของอะโวคาโด

อะโวคาโด ลดน้ำหนัก

สูตรอะโวคาโดพอกหน้า

1. นำอะโวคาโด 2 ผลมาล้างให้สะอาด เอาเม็ดออก ตักเนื้อออกใส่เครื่องปั่นโดยปั่นรวมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนชา ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน

2. ล้างหน้าให้สะอาด ซับหน้าให้แห้งแล้วนำส่วนผสมที่ได้พอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที เว้นบริเวณผิวส่วนที่บอบบางเช่น รอบริมฝีปากและดวงตา แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3. เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์

4. หลังเช็ดหน้า บำรุงด้วยครีมตามปกติ ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ใบหน้าเนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน

อะโวคาโดถือเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่รักษษโรคได้อย่าง และยังมีวิตามิน ที่สามารถต่อด้านอุนมูลอิสระ บำรุงผิวกายผิวพรรณก็ดี สรรพคุณในตัวของอโควาโดนี้มีมากมายหลายอย่างที่คุณสาวส ๆ ไม่ควรพลาด !!